ในการกำหนดขนาดของเหล็กสำหรับการสั่งซื้อนั้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องคำนึงถึงขนาดเผื่อกลึงรวมกับขนาดการใช้งานจริง
ทั้งนี้ เพราะในกระบวนการผลิตเหล็กนั้น เหล็กจะต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน ที่เกี่ยวข้องกับกรรมวิธี
ทางความร้อน เช่น กระบวนการทุบ การรีดร้อน การอบอ่อน หรือการชุบแข็ง และอบคืนตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาด
และสภาพจำหน่ายของเหล็กแต่ละเกรด จึงเป็นผลให้เหล็ก มีความบกพร่องที่ผิวหน้าอยู่ จากการสูญเสียปริมาณ
คาร์บอนที่ผิวหน้า (Decarburization) ซึ่งเป็นผลให้เหล็กมีปริมาณคาร์บอนที่ผิวหน้าน้อยกว่าภายใน

เมื่อนำเหล็กไปทำการชุบแข็ง จะเป็นผลให้ไม่ได้ความแข็งตามที่ต้องการ และอาจเกิดการแตกร้าวได้ นอกจากนี้
ที่ผิวหน้าเหล็ก ยังอาจมีรอยแตกร้าวขนาดเล็ก จากการทุบหรือการรีดร้อน และยังมีความบกพร่องที่ผิวหน้าชนิดอื่นอีก
ซึ่งได้มีมาตรฐานสากลควบคุมปริมาณความบกพร่องของผิวหน้านี้ไว้ในระดับหนึ่ง โดยตามมาตรฐานของ
เยอรมนี DIN 17350 ได้กำหนดมาตรฐาน ของการเผื่อกลึงสำหรับเหล็กดิบ และเหล็กที่ผ่านการปอกผิวแล้ว
ในสภาพจำหน่าย

ดังในรูปที่ 1 และตารางที่ 1 ซึ่งจะเป็นขนาดเผื่อกลึงที่น้อยที่สุด (Machining Allowance) ที่ผู้ซื้อควรเผื่อขนาดเหล็กไว้
ก่อนนำไปทำการตัดกลึง

ตารางที่ 1 แสดงขนาดเผื่อกลึงที่น้อยที่สุด (Machining Allowance) ตามมาตรฐานของ DIN 17350, part 10
ตารางค่าความเผื่อ


ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
หรือความหนา (d)
หน่วย มม.
d  16
16 < d  25
25 < d  40
40 < d  63
63 < d  80
80 < d  100
100 < d  125
125 < d  160
160 < d  200
200 < d  250
250 < d  315
315 < d  400
400 < d  500
500 < d  600
d > 600
เหล็กกล้าเครื่องจักรกล
(Rolled or as-forged steel)
เหล็กกล้าเครื่องมือ
(Peeled or turned steel)
ขนาดเผื่อกลึงน้อยที่สุด
(Machining Allowance)
หน่วย มม.
พิกัดความเผื่อ
(Tolerance)
หน่วย มม.
ขนาดเผื่อกลึงน้อยที่สุด
(Machining Allowance)
หน่วย มม.

+1 - 0 + 0.4 +0.5
+2 - 0 + 0.4 +0.5
+3 - 0 + 0.6 +0.8
+4 - 0 + 0.6 +0.8
+5 - 0 + 0.6 +1.0
+5 - 0 + 0.6 +1.5
+6 - 0 + 1.0 +1.5
+8 - 0 + 1.0 +1.5
+8 - 0 + 1.0 +2.0
+10 - 0 + 1.0 +2.0
+10 - 0 + 1.0 +2.5
+15 - 0 + 1.6 +3.0
+15 - 0 + 1.6 +3.0
+15 - 0 + 1.6 +3.0
+25 - 0 + 1.6 +3.0